จับตากลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ หลัง BYD รุกตั้งโรงงานในไทย ผลิตส่งออกรถอีวี

ธุรกิจ16-9-65

BYD ค่ายรถยนต์จีน รุกตั้งโรงงานในไทย เพื่อรถยนต์อีวีส่งออกเมืองนอก วางเป้า 150,000 แสนคันต่อปี โบเกลื่อนกลาดจับตาผู้สร้างส่วนประกอบรถยนต์ไทย ว่าได้โอกาสได้รับออเดอร์มากมายน้อยเท่าใด

ข้างศึกษาค้นคว้าบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส หรือ ASPS เปิดรายงานบทวิจารณ์ถึงกรณี บีวายดี (BYD) ค่ายรถยนต์เชื้อชาติจีน ตระเตรียมตั้งโรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์กระแสไฟฟ้าในไทย ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดระยอง 36 คาดเริ่มจะผลิตปี 2567 ด้วยกำลังในการผลิตรถยนต์นั่งกระแสไฟฟ้า 150,000 แสนคันต่อปี เพื่อส่งออกไปตลาดอาเซียน รวมทั้งยุโรป โดยแม้ระบุข้อสมมติ Utilization rate 80% การสร้างจริงต่อปีจะอยู่ที่ 120,000 คันต่อปี คิดเป็นสัดส่วนราว 7% ของยอดผลิตรถยนต์ไทยปี 2564 ที่ 1.68 ล้านคัน และก็ 6% ของยอดผลิตรถยนต์ไทยปี 2562 ราว 2 ล้านคัน

ธุรกิจ16-9-65

โดยจากข้อมูลตั้งแต่ปี 2561 การตั้งสายการสร้างของค่ายรถยนต์จีนในไทย พบว่า MG มี การเพิ่มกำลังการผลิตราว 100,000 คันต่อปี รวมทั้ง GWM (เริ่ม กรกฎาคม 2564) ราวๆ 800,000 คันต่อปี ดังนี้ ภาพรวมการสร้างรถยนต์ไทยปี 2564 รูปทรง 92% ยังเป็นค่ายรถยนต์ประเทศญี่ปุ่น รองลงมาอเมริกาและก็ยุโรป รวมกันโดยประมาณ 6% ซึ่งจะต้องติดตามการบรรลุผลของค่ายรถยนต์จีน ที่รุกตลาดรถยนต์กระแสไฟฟ้าจะสามารถครอบครองส่วนแบ่งตลาดมากมายน้อยเท่าใด สำหรับผู้สร้างองค์ประกอบรถยนต์ อย่าง AH, SAT, STANLY และก็ SNC (รูปทรงเครื่องปรับอากาศรถยนต์ ราว 4% ของยอดจำหน่ายครึ่งแรกของปี 65) เพราะยังเป็นตอนๆเริ่มของ BYD สำหรับในการเข้ามาลงทุนในไทย ก็เลยจะต้องติดตามต่อว่าต่อขานกรุ๊ปผู้สร้างองค์ประกอบรถยนต์จะมีการเข้า BID ออเดอร์หรือเปล่า แล้วก็ราคามากมายน้อยเท่าใด เนื่องจากองค์ประกอบรถยนต์กระแสไฟฟ้า (BEV) จะใช้ส่วนประกอบรถยนต์น้อยกว่าเครื่องยนต์กลไกการเผาไหม้

อย่างไรก็แล้วแต่องค์ประกอบรถยนต์ของ STANLY รวมทั้งเครื่องปรับอากาศรถยนต์ของ SNC ยังเป็นส่วนประกอบที่ยังมีอยู่ในรถยนต์กระแสไฟฟ้า เวลาที่เชิงความข้องเกี่ยวกับบริษัทจีน ที่เห็นได้ชัดเจนมี AH ที่มีการตั้งโรงงานผลิตส่วนประกอบรถยนต์ในจีน และก็ SNC ที่มีการรับจ้างประกอบเครื่องปรับอากาศให้กับบริษัทอุปกรณ์ไฟฟ้าจีน โดยอาจจะน้ำหนักน้อยกว่าตลาด จากการเสี่ยงด้านภาวะถดถอย (Recession) ของประเทศคู่ค้าในปี 2566 โดย AH และก็ SAT ยังเป็น Top pick กรุ๊ปส่วนประกอบรถยนต์ แม้กระนั้นราคาหุ้นปรับนิสัยขึ้นตอนก่อนหน้านี้พอควร บางทีอาจพิเคราะห์ในเชิง Catch up play อย่าง STANLY รวมทั้ง SNC